ปราบเครือข่ายลำเลียงจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง ตามนโยบาย “No Drugs No Dealers”
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.6 นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 6 นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริศาริสา และพล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยสามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวนกว่า 1,480,000 เม็ด พร้อมเคตามีน 0.5 กรัม โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และรถกระบะ 2 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,440,000 บาท
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระดมกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล “No Drugs No Dealers” ภายใต้การนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศปฏิญญารวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด พร้อมกำหนดปฏิบัติการ “QUICK WIN” ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม ถึง 16 ตุลาคม 2568 มุ่งเน้นทำลายเครือข่ายผู้ค้า ค้นหาผู้เสพเพื่อนำเข้ารับการบำบัด และสกัดกั้นเส้นทางลำเลียง
สืบเนื่องไปเมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 20.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจสกัดกั้นยาเสพติดนางพญา อำเภอท่าปลา ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีรถกระบะ 2 คันลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากภาคเหนือตอนบนมุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้ตรวจสอบผ่านระบบกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (License Plate Record) พบรถต้องสงสัยขับผ่านด่านร้องเข็ม จังหวัดแพร่ ก่อนมุ่งหน้าสู่อุตรดิตถ์ จากนั้นว่าที่ พ.ต.อ.ยงยุทธ แสงศรี ผกก.สภ.ท่าปลา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนและสายตรวจตั้งจุดสกัดในพื้นที่ ต.จริม อ.ท่าปลา จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.20 น. มีรถต้องสงสัยสองคัน คือ รถกระบะอีซูซุสีขาว และรถกระบะอีซูซุสีแดง ขับเข้ามายังจุดสกัด เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น
ซึ่งจากการตรวจสอบพบในรถกระบะสีแดงมีถุงกระสอบ 8 ใบ บรรจุยาบ้ารวม 1,480,000 เม็ด และเคตามีน 0.5 กรัม ภายในรถมีผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน โดยหนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ขนยาบ้าจากจังหวัดเชียงรายไปส่งยังจังหวัดนนทบุรี โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 200,000 บาท
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานเชิงรุก และแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทั้งตำรวจภูธรภาค 6 ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และสำนักงาน ป.ป.ส. ในการสกัดกั้นยาเสพติดก่อนแพร่เข้าสู่พื้นที่ชุมชน ซึ่งเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน และพยายามเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์